จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการบริหารพอร์ต เมื่อสภาพคล่องถูกยกระดับสู่เครื่องมือเชิงกลยุทธ์
การขับเคลื่อนพอร์ตการลงทุนท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจในเวลานี้เต็มไปด้วยความกดดันรอบด้าน ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันทั่วโลกจำเป็นต้องกลับมาทบทวนบทบาทของสินทรัพย์ปลอดภัย จากเดิมที่การเก็บรักษาเงินสดถูกวิจารณ์ว่าเป็นนโยบายที่ปล่อยให้เงินทุนหยุดนิ่งโดยไม่สร้างผลตอบแทน
อย่างไรก็ตามวิกฤตความผันผวนของโลกสมัยใหม่บีบบังคับให้ต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ ตัวเลขเชิงสถิติจากกลุ่มผู้บริหารสินทรัพย์ทั่วโลกยืนยันถึงการเก็บสำรองกระแสเงินสดที่สูงกว่าปกติ โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่านี่ไม่ใช่เพียงแค่การเตรียมความพร้อมเพื่อจ่ายเงินสำรองทั่วไป
สาเหตุสำคัญที่ต้องเพิ่มความยืดหยุ่น
โครงสร้างตลาดทุนในปัจจุบันมีแรงกดดันสองทางที่บีบให้ต้องสำรองสภาพคล่องเพิ่มขึ้น
- ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก: ความตึงเครียดระหว่างประเทศมหาอำนาจและการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วบีบให้กองทุนต้องพร้อมเปลี่ยนท่าที
- ภาระผูกพันในกองทุนร่วมลงทุน: ซึ่งสินทรัพย์ประเภทนี้มีลักษณะร่วมกันคือต้องการเงินทุนเพิ่มเติมเป็นระยะตามเงื่อนไขผูกพัน
และช่วยให้องค์กรสามารถดำรงเสถียรภาพท่ามกลางมรสุมทางการเงินได้อย่างปลอดภัย
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการเงินดิจิทัล
สถิติล่าสุดชี้ให้เห็นว่าครึ่งหนึ่งของกองทุนชั้นนำมีการบรรจุสินทรัพย์ประเภทนี้เข้าในแผนงานแล้ว ทว่าแรงจูงใจที่แท้จริงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเก็งกำไรจากส่วนต่างของราคา
การนำนวัตกรรมเหล่านี้มาใช้ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกรรมได้อย่างมหาศาล อ่านเนื้อหาฉบับเต็ม อย่างไรก็ตามความชัดเจนของกฎระเบียบและข้อบังคับทางกฎหมายยังคงเป็นกำแพงสำคัญ
กับดักทางเทคโนโลยีขององค์กรขนาดใหญ่
ในยุคข้อมูลข่าวสารองค์กรส่วนใหญ่ต่างต้องการใช้ประโยชน์จากระบบวิเคราะห์อัจฉริยะ ทว่ากำแพงที่สูงที่สุดในเวลานี้คือปัญหาด้านความถูกต้องและความเชื่อมโยงของข้อมูล
ผู้บริหารระดับสูงเริ่มตระหนักแล้วว่างบประมาณด้านเทคโนโลยีไม่ใช่เป็นเพียงแค่ค่าใช้จ่ายประจำวัน
5 แนวทางบริหารสภาพคล่องสำหรับองค์กรยุคใหม่
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่พอร์ตการลงทุนองค์กรสามารถนำแนวทางต่อไปนี้ไปประยุกต์ใช้
1. ปรับระดับการถือครองสินทรัพย์สภาพคล่อง
การรักษาความคล่องตัวนี้ช่วยให้พอร์ตการลงทุนพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ตลอดเวลา
แนวทางที่ 2: การจัดทำระบบคาดการณ์กระแสเงินสดแบบเรียลไทม์
ช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นปริมาณเงินทุนที่หมุนเวียนจริงในองค์กรได้อย่างแม่นยำในทุกช่วงเวลา
แนวทางที่ 3: การวิเคราะห์และจับคู่พันธะผูกพันทางการเงิน
จัดสรรบัญชีแยกเฉพาะสำหรับรองรับภาระผูกพันเหล่านั้นโดยไม่ให้กระทบกับเงินทุนหมุนเวียนหลัก
4. การลงทุนระบบสารสนเทศเพื่อความปลอดภัย
ช่วยให้การรายงานสถานะทางการเงินต่อหน่วยงานกำกับดูแลมีความรวดเร็วและครบถ้วน
5. การศึกษาและร่วมทุนในระบบนวัตกรรม
แบ่งสรรเงินทุนบางส่วนเพื่อศึกษาและทดลองใช้งานระบบการเงินดิจิทัลและบล็อกเชนภายใน